เจาะลึกอินไซด์จากเวที Marketing Oops! Summit 2026 เมื่อราคาไม่ใช่ตัวตัดสินเดียว แต่แบรนด์ต้องแข่งกันช่วยลูกค้าตัดสินใจด้วย AI และประสบการณ์ที่ใช่

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit lobortis arcu enim urna adipiscing praesent velit viverra sit semper lorem eu cursus vel hendrerit elementum morbi curabitur etiam nibh justo, lorem aliquet donec sed sit mi dignissim at ante massa mattis.
Vitae congue eu consequat ac felis placerat vestibulum lectus mauris ultrices cursus sit amet dictum sit amet justo donec enim diam porttitor lacus luctus accumsan tortor posuere praesent tristique magna sit amet purus gravida quis blandit turpis.
At risus viverra adipiscing at in tellus integer feugiat nisl pretium fusce id velit ut tortor sagittis orci a scelerisque purus semper eget at lectus urna duis convallis. porta nibh venenatis cras sed felis eget neque laoreet suspendisse interdum consectetur libero id faucibus nisl donec pretium vulputate sapien nec sagittis aliquam nunc lobortis mattis aliquam faucibus purus in.
Nisi quis eleifend quam adipiscing vitae aliquet bibendum enim facilisis gravida neque. Velit euismod in pellentesque massa placerat volutpat lacus laoreet non curabitur gravida odio aenean sed adipiscing diam donec adipiscing tristique risus. amet est placerat.
“Nisi quis eleifend quam adipiscing vitae aliquet bibendum enim facilisis gravida neque velit euismod in pellentesque massa placerat.”
Eget lorem dolor sed viverra ipsum nunc aliquet bibendum felis donec et odio pellentesque diam volutpat commodo sed egestas aliquam sem fringilla ut morbi tincidunt augue interdum velit euismod eu tincidunt tortor aliquam nulla facilisi aenean sed adipiscing diam donec adipiscing ut lectus arcu bibendum at varius vel pharetra nibh venenatis cras sed felis eget.
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนทิศทางในทุกวัน สมรภูมิอีคอมเมิร์ซในปี 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันในกติกาเดิม ๆ ว่าใครจะมีสินค้าในคลังมากกว่า ใครจะทำราคาได้ถูกกว่า หรือใครจะจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วที่สุดอีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค "Confidence Commerce" ยุคที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์และแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างประสบการณ์ และช่วยให้พวกเขาเกิดความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อได้มากที่สุด
บน Action Stage ของงาน Marketing Oops! Summit 2026 ในเซสชันสำคัญหัวข้อ "The Future of Ecommerce Experience: Personalization, AI and the New Rules of Growth" ได้มีการรวมตัวของ 3 คีย์แมนสำคัญจาก 3 ภาคส่วนของวงการดิจิทัลคอมเมิร์ซ ได้แก่ คุณกาแฟ ประพนธ์ศักดิ์ กัมพลพันธ์ (SVP, Lazada Thailand), คุณวี นุชวี กิตติตระกูล (GM, Shiseido) และ คุณไว ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา (CEO, Priceza) มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับกติกาการเติบโตชุดใหม่ของธุรกิจออนไลน์
และนี่คือบทสรุป 7 อินไซด์สำคัญ (Key Takeaways) ที่ผู้ประกอบการ แบรนด์ และนักการตลาดต้องรู้เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ตั้งรับกับอนาคตที่มาถึงแล้วครับ
กติกาข้อแรกที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือกระบวนการค้นหาข้อมูลของผู้บริโภค ในอดีต (E-Commerce Gen 1) ผู้บริโภคจะใช้ช่องค้นหา (Search Bar) ในการพิมพ์คำค้นหากว้าง ๆ เช่นคำว่า “ครีมกันแดด” และระบบจะแสดงผลลัพธ์รายการสินค้าจำนวนหลายพันรายการให้ลูกค้าไปเลือกสรรต่อเอง
แต่ในปัจจุบัน (E-Commerce Gen 2) พฤติกรรมผู้ซื้อเริ่มเปลี่ยนไปพึ่งพาเครื่องมือที่ซับซ้อนมากขึ้น ลูกค้าเริ่มถามคำถามที่มีเงื่อนไขเฉพาะตัวสูง เช่น “ผิวแพ้ง่าย อายุ 40 ปี เล่นกอล์ฟ ควรใช้ครีมกันแดดแบบไหนดี?” ทำให้บทบาทของแบรนด์ แพลตฟอร์ม และ AI ไม่ใช่แค่การมีพื้นที่แสดงสินค้า (Searchable) แต่ต้องทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ คัดกรอง และสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Engine) เพื่อให้ผู้ซื้อได้คำตอบที่เหมาะสมที่สุดโดยไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบเอง
Key Takeaway: ผู้ชนะในสมรภูมิต่อจากนี้ไม่ใช่ผู้ที่มีฐานข้อมูลสินค้ามากที่สุด แต่คือผู้ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ดีและเร็วที่สุด

แม้ว่าผู้บริโภคไทยจะยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านราคาและชื่นชอบของถูก แต่ข้อมูลหลังบ้านสะท้อนอินไซด์ใหม่ว่า สิ่งที่ผู้บริโภคในยุคนี้กังวลมากกว่าราคาคือ "ความกลัวซื้อผิด"
หลายครั้งที่ผู้บริโภคยินยอมที่จะจ่ายเงินแพงขึ้นประมาณ 10% หากพวกเขามีความมั่นใจว่าสินค้านั้นเป็นของแท้ เหมาะสมกับสภาพปัญหาของพวกเขาจริง ๆ มีรีวิวที่มีคุณภาพ และได้รับการแนะนำจากบุคคลหรือคอมมูนิตี้ที่พวกเขาให้ความเชื่อถือ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมในฝั่ง Affiliate Marketing, รีวิวจากผู้ใช้จริง (UGC), กลุ่มคริเอเตอร์ และ Live Commerce เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล เพราะช่องทางเหล่านี้เข้ามาทำหน้าที่ตอบโจทย์ด้านความไว้วางใจก่อนการจ่ายเงิน
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในมุมมองของ Priceza ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ (3 Layers) ตามพัฒนาการและความซับซ้อนในการทำงานดังนี้ครับ:
ดังนั้น โจทย์ใหม่ที่แบรนด์ต้องตั้งคำถามกับตัวเองคือ ในอดีตเราทำอย่างไรให้แบรนด์ถูกค้นเจอโดยผู้บริโภค (Searchable Brand) แต่ต่อจากนี้เราจะทำอย่างไรให้แบรนด์ของเราเป็นแบรนด์ที่ปัญญาประดิษฐ์เลือกที่จะแนะนำ (AI Recommended Brand)
ในอดีต นักการตลาดจะคุ้นเคยกับการวางแนวคิดตาม Marketing Funnel เป็นเส้นตรงจากบนลงล่าง ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การพิจารณา ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ แต่ในปัจจุบัน เส้นทางของผู้บริโภคได้กระจัดกระจายและไร้ทิศทางตายตัว โดยเปลี่ยนรูปทรงไปเป็นเครือข่ายหรือใยแมงมุม (Web) ที่ลูกค้าสามารถกระโดดข้ามไปมาระหว่างแพลตฟอร์มได้อย่างอิสระ เช่น เริ่มต้นเห็นสินค้าจาก TikTok ไปดูรีวิวบน YouTube ค้นหาต่อใน Google ถาม AI แล้วจึงข้ามไปซื้อบนมาร์เก็ตเพลส และติดต่อบริการหลังการขายผ่าน LINE
ความท้าทายใหม่ของแบรนด์จึงไม่ใช่เรื่องของ "เราจะควบคุมทิศทางการเดินของลูกค้าอย่างไร" แต่เปลี่ยนเป็น "เราจะปรากฏตัวตน ข้อมูลสินค้า และมอบประสบการณ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Consistent) ในทุก ๆ จุดที่ลูกค้าสัมผัสได้อย่างไร"
คำว่า Personalization ในอดีตมักถูกตีความอย่างเรียบง่าย เช่น เมื่อลูกค้ารายหนึ่งซื้อสินค้าประเภท A ระบบหลังบ้านก็จะทำการแนะนำสินค้าประเภท B ที่มีความใกล้เคียงกันขึ้นมาเสนอขาย แต่สำหรับ Personalization ในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการเข้าไปช่วยสนับสนุนข้อมูลในขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า (Personalized Decision Support)
ลองจินตนาการถึงผู้บริโภค 3 คนที่มีความต้องการซื้อครีมกันแดดรุ่นเดียวกัน แต่เหตุผลหรือจุดที่ติดขัดในใจ (Pain Points) ของทั้ง 3 คนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
เป้าหมายของ Personalization ยุคใหม่คือ แบรนด์ควรจะส่งมอบคอนเทนต์ คำอธิบาย และข้อพิสูจน์ (Proof Points) ที่แตกต่างกันไปหาลูกค้าทั้ง 3 คนนี้ แม้ว่าสุดท้ายแล้วสินค้าที่พวกเขากำลังจะซื้อจะเป็นสินค้าชิ้นเดียวกันก็ตาม

โจทย์หินอย่างหนึ่งของแบรนด์สินค้า โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์พรีเมียมหรือลักชูรี คือทำอย่างไรให้การเปิดหน้าร้านบนช่องทาง E-Commerce Marketplace ยังคงสามารถส่งมอบประสบการณ์ความหรูหราและสะท้อนคุณค่าดั้งเดิมของแบรนด์ออกมาได้อย่างครบถ้วน
แนวคิดที่น่าสนใจคือ แบรนด์ต้องไม่มองแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสเป็นเพียงแค่พื้นที่ลงสินค้าหรือทำกิจกรรมหั่นราคาเพื่อสร้างยอดขายยอดวิวรายวันเท่านั้น แต่ทุกแพลตฟอร์มคือหน้าตาและภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Presence)
ความร่วมมือระหว่างแบรนด์และแพลตฟอร์มจึงต้องยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยการผสานภาพลักษณ์ Moment ของแบรนด์เข้ากับแคมเปญหลักของแพลตฟอร์ม (Merging Brand Moment with Platform Campaign) เช่น การเชื่อมต่อประสบการณ์แบบออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) ผ่านการแจกผลิตภัณฑ์ทดลอง (Sampling) ในกิจกรรมออนกราวด์ เพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่และดึงกลับมาทำ Conversion บนหน้าร้านออนไลน์ต่อ เป็นต้น
โมเดลการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอดีต มักจะยึดหลักการซื้อพื้นที่โฆษณา (Buy Traffic) ดึงคนเข้ามาในระบบ แล้วพยายามเปลี่ยนผู้เข้าชมเหล่านั้นให้กลายมาเป็นยอดขาย
แต่เมื่อต้นทุนค่าโฆษณาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เลือกจะเชื่อคำพูดโดยตรงจากแบรนด์น้อยลง กติกาใหม่ของการเติบโตอย่างยั่งยืนจึงเปลี่ยนมาเป็น "การสร้างความน่าเชื่อถือ (Build Trust) แล้วให้ระบบนิเวศภายนอกช่วยขายแทน" แบรนด์ที่สามารถเติบโตและสร้างผลกำไรได้ดีในยุคนี้ อาจไม่ใช่แบรนด์ที่มีงบซื้อโฆษณาแบนเนอร์มากที่สุด แต่คือแบรนด์ที่สามารถสร้างกระบอกเสียงผ่านกลุ่มครีเอเตอร์, อินฟลูเอนเซอร์, กลุ่มคอมมูนิตี้, ระบบพาร์ทเนอร์ฝั่ง Affiliate และยอดรีวิวจากผู้ใช้จริงได้มากที่สุดต่างหากครับ
กติกาการเติบโตชุดใหม่ในปี 2026 นี้ระบุชัดเจนว่า เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นเครื่องมือวิเคราะห์สัญญาณดาต้าหลังบ้านเพื่อขยายขีดความสามารถในการทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้คือ "ความเป็นมนุษย์ (Human Touch)" ความจริงใจ และการรักษามาตรฐานการบริการที่ส่งมอบให้กับลูกค้า
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ (Practical Takeaway) สำหรับแบรนด์ที่ต้องการยกระดับอีคอมเมิร์ซในระยะสั้นคือ "อย่าเพิ่งเริ่มต้นจากเทคโนโลยีหรือตัวระบบ AI แต่ให้เริ่มต้นศึกษาจาก Customer Journey และ Consumer Insight ก่อนเสมอ" โดยลองกลับมาตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อนี้ให้ชัดเจนที่สุดครับ:
เมื่อแบรนด์เข้าใจอินไซด์เบื้องหลังของทั้ง 3 ข้อนี้ดีแล้ว การนำเทคโนโลยีและกลยุทธ์ Personalization เข้ามาช่วยประยุกต์ใช้เพื่อปิดรอยรั่วและสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้า จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ออนไลน์ของคุณยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคงในยุค Confidence Commerce นี้ครับ