เจาะ Retail Thailand 2026 เมื่อ Modern Trade โตช้าลง แต่ Convenience Store ยังเป็น Format ที่แข็งแรง จากพฤติกรรม Essential Spending, Quick Trip และ O2O Retail

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit lobortis arcu enim urna adipiscing praesent velit viverra sit semper lorem eu cursus vel hendrerit elementum morbi curabitur etiam nibh justo, lorem aliquet donec sed sit mi dignissim at ante massa mattis.
Vitae congue eu consequat ac felis placerat vestibulum lectus mauris ultrices cursus sit amet dictum sit amet justo donec enim diam porttitor lacus luctus accumsan tortor posuere praesent tristique magna sit amet purus gravida quis blandit turpis.
At risus viverra adipiscing at in tellus integer feugiat nisl pretium fusce id velit ut tortor sagittis orci a scelerisque purus semper eget at lectus urna duis convallis. porta nibh venenatis cras sed felis eget neque laoreet suspendisse interdum consectetur libero id faucibus nisl donec pretium vulputate sapien nec sagittis aliquam nunc lobortis mattis aliquam faucibus purus in.
Nisi quis eleifend quam adipiscing vitae aliquet bibendum enim facilisis gravida neque. Velit euismod in pellentesque massa placerat volutpat lacus laoreet non curabitur gravida odio aenean sed adipiscing diam donec adipiscing tristique risus. amet est placerat.
“Nisi quis eleifend quam adipiscing vitae aliquet bibendum enim facilisis gravida neque velit euismod in pellentesque massa placerat.”
Eget lorem dolor sed viverra ipsum nunc aliquet bibendum felis donec et odio pellentesque diam volutpat commodo sed egestas aliquam sem fringilla ut morbi tincidunt augue interdum velit euismod eu tincidunt tortor aliquam nulla facilisi aenean sed adipiscing diam donec adipiscing ut lectus arcu bibendum at varius vel pharetra nibh venenatis cras sed felis eget.
ภาพของ Retail Thailand ในปี 2026 มีความย้อนแย้งที่น่าสนใจ ในด้านหนึ่ง กำลังซื้อของผู้บริโภคยังเปราะบาง ความเชื่อมั่นลดลง และคนเริ่มระมัดระวังกับการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจค้าปลีกบาง Format กลับมีแนวโน้มยืดหยุ่นต่อแรงกดดันได้ดีกว่ากลุ่มอื่น
และหนึ่งใน Format ที่โดดเด่นที่สุดคือ Convenience Store
Krungsri Research ระบุใน Industry Horizon July 2026 ว่า ช่วง 5 เดือนแรกของปี Modern Trade เผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากค่าครองชีพ ต้นทุนพลังงาน และกำลังซื้อที่อ่อนแอ โดย Consumer Confidence Index ลดจาก 51.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือ 49.8 ในเดือนพฤษภาคม 2026 ขณะที่ Retail Sales Index ของ Department Store และ Supermarket หดตัว 1.5% YoY ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อผู้บริโภคระวังการใช้เงินมากขึ้น พวกเขาไม่ได้หยุดซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน เพียงแต่ “วิธีซื้อ” กำลังเปลี่ยน
จากการซื้อครั้งใหญ่ อาจกลายเป็นการซื้อทีละน้อย จากการเดินทางไป Shopping Destination อาจเปลี่ยนเป็นร้านใกล้บ้าน และจาก Shopping Trip ที่ต้องวางแผน อาจกลายเป็นการซื้อแบบ เร็ว ใกล้ และตามความต้องการ ณ ขณะนั้น นี่คือบริบทที่กำลังทำให้ Convenience Store มีความสำคัญมากขึ้นใน Retail Landscape ของไทย
Retail Thailand 2026 โตช้าลง แต่ไม่ได้โตเท่ากันทุก Format
Krungsri Research ประเมินว่า Modern Trade โดยรวมในปี 2026 จะขยายตัวประมาณ 2.0–2.5% ชะลอลงจากปีก่อน ท่ามกลางกำลังซื้อและการใช้จ่ายในกลุ่ม Discretionary ที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดย Convenience Store และ Supermarket ถูกมองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด เพราะผู้บริโภคยังต้องใช้จ่ายกับสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
เมื่อมองระยะปี 2026–2028 ความแตกต่างระหว่าง Retail Format ยิ่งเห็นชัดขึ้น Krungsri Research คาดรายได้เฉลี่ยต่อปีของแต่ละ Format ไว้ดังนี้:

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า Convenience Store จะ “ชนะ” Retail ทุกประเภท เพราะแต่ละ Format มี Customer Mission และฐานลูกค้าต่างกัน แต่สะท้อนว่า ร้านสะดวกซื้อเป็นหนึ่งใน Format ที่มี Growth Outlook สูงที่สุดในช่วงที่กำลังซื้อโดยรวมยังมีข้อจำกัด
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ Convenience Store มีความยืดหยุ่น คือ Product Mix เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวันสูง ในวันที่ผู้บริโภคลดการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่หรือสินค้าที่เลื่อนได้ ความต้องการอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน และสินค้าที่ต้องซื้อทันทีไม่ได้หายไปพร้อมกัน
Krungsri มองว่าผู้บริโภคกลุ่มรายได้กลางถึงล่างมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ Essential Goods และ Value for Money มากขึ้น และ Convenience Store ได้ประโยชน์จากความถี่ในการซื้อสินค้าเหล่านี้สูงกว่าหลาย Retail Format นั่นทำให้คำว่า “Convenience” ในปี 2026 ไม่ได้หมายถึงแค่ร้านอยู่ใกล้บ้าน
แต่หมายถึง ซื้อสิ่งที่ต้องใช้ → ในจำนวนที่ต้องการ → ณ เวลาที่ต้องการ → โดยไม่ต้อง Commit เงินก้อนใหญ่ นี่คือ Shopping Mission ที่เข้ากับภาวะกำลังซื้อที่ระมัดระวังได้เป็นอย่างดี
Krungsri Research ใช้คำที่อธิบายพฤติกรรมนี้ได้ตรงมากว่า “Small Basket, Quick Trip”
ในปี 2025 ยอดขาย Convenience Store ถูกประเมินว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 4.5–5.5% โดยมีแรงหนุนจากผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตเร่งรีบและเลือกซื้อของใช้ประจำวันที่ร้านใกล้บ้านมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ประกอบการบางรายยังขยายสินค้า Household Goods และปรับร้านบางแห่งไปสู่รูปแบบคล้าย Compact Supermarket เพื่อรองรับ Shopping Mission ที่ใหญ่ขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกล
Euromonitor ก็รายงานในเดือนพฤษภาคม 2026 ว่า มูลค่าค้าปลีกของ Convenience Retailers ในประเทศไทยปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 588.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 5% โดยชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Urbanisation, ชีวิตที่เร่งรีบ และ Digital Integration กำลังช่วยให้ Convenience Retailer แย่งส่วนหนึ่งของ Top-up Shopping และ Everyday Spend จาก Format ที่ใหญ่กว่าได้
สำหรับ Brand สิ่งนี้มีความหมายมากกว่าเรื่อง “ช่องทางจำหน่าย”
เพราะเมื่อ Shopping Basket เล็กลง Brand ต้องคิดใหม่ว่า สินค้าแบบใดเหมาะกับ Mission ที่ต้องตัดสินใจเร็ว ใช้งานทันที และรู้สึกว่าราคาเข้าถึงง่าย
Pack Size, Price Point, Product Assortment และ Promotion จึงมีผลต่อ Conversion อย่างมาก
อีกแรงขับสำคัญคือ Food & Beverage
ข้อมูล Q1 2026 ของ CP ALL ช่วยให้เห็นภาพนี้ชัดขึ้น ในธุรกิจ Convenience Store ของบริษัท 76.3% ของรายได้จากการขายสินค้า มาจาก Food Category เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการออกสินค้าใหม่พร้อม Promotion ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มช่วยดึงลูกค้าได้ทั้งคนไทยและต่างชาติ
ภาพนี้สอดคล้องกับข้อมูลใน Industry Horizon ที่คาดว่า ความต้องการ Ready-to-Eat Food ภายในประเทศจะยังขยายตัวประมาณ 1.4–2.4% ในปี 2026 โดยมีแรงสนับสนุนจากชีวิตเมืองที่เร่งรีบ ความต้องการอาหารที่สะดวกและราคาเข้าถึงง่าย รวมถึงการขยาย Network ของ Convenience Store
ดังนั้น Convenience Store จึงกำลังแข่งขันไม่ใช่แค่กับร้านค้าปลีก
แต่บาง Shopping Occasion ยังแข่งขันกับร้านอาหาร, Food Delivery, Café และ Quick-service Restaurant ด้วย
อีกเหตุผลที่คำว่า Convenience เปลี่ยนความหมายไป คือร้านไม่ได้จบที่การเดินเข้าไปซื้อสินค้าอีกแล้ว ผู้ประกอบการรายใหญ่กำลังเชื่อม Physical Store เข้ากับ Delivery, Pre-order, Pick-up, Loyalty Data และ Personalized Promotion มากขึ้นKrungsri ระบุว่า Retailer รายใหญ่กำลังสร้าง Omnichannel Ecosystem โดยใช้สาขาเป็น Traffic & Frequency Driver ควบคู่กับ Real-time Delivery, Pre-order/Pick-up และ Data Analytics เพื่อทำโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่ม รวมถึงเชื่อมต่อกับ Quick Commerce Platform
Case ของ 7-Eleven ยิ่งชัดขึ้น ใน Q1 2026 CP ALL ระบุว่า O2O Channel เช่น 7Delivery และ All Online คิดเป็นประมาณ 11% ของรายได้จากการขาย ของธุรกิจ Convenience Store
นี่ทำให้ข้อได้เปรียบของ Branch Network เปลี่ยนไป
เมื่อก่อน: More Stores → More Foot Traffic
วันนี้: More Stores → More Physical Reach + More Fulfillment Points + Faster Delivery
ดังนั้นคู่แข่งของ Convenience Store ในอนาคตอาจไม่ใช่ Convenience Store ด้วยกันเท่านั้น แต่รวมถึง Quick Commerce และ Grocery Delivery ที่แข่งขันในโจทย์เดียวกันว่า ใครสามารถส่งสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้เร็วที่สุด ใกล้ที่สุด และด้วยต้นทุนที่ยอมรับได้

ถ้าต้องการดู Actual Performance ปี 2026 มากกว่า Forecast ข้อมูลจาก CP ALL ใน Q1 2026 เป็น Case ที่น่าสนใจ
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 บริษัทมี 7-Eleven ในประเทศไทย 16,084 สาขา หลังเปิดเพิ่ม 139 สาขาในไตรมาสแรก ธุรกิจ Convenience Store มีรายได้จากการขายและบริการ 121,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY และ Same Store Sales Growth อยู่ที่ +1.9% YoY
ตัวเลข Shopping Behavior ในช่วงเดียวกันคือ:
และสำหรับปี 2026 CP ALL ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ในไทยประมาณ 700 แห่ง พร้อมเดินหน้าทั้ง Online และ Offline Distribution โดยระบุ 7Delivery และ All Online เป็นหนึ่งใน Growth Channel ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้คือผลประกอบการของ CP ALL / 7-Eleven ไม่ใช่ Performance ของ Convenience Store ทั้งตลาด จึงควรใช้เป็น Case Study ของ Operator รายใหญ่ ไม่ใช่ Market Benchmark
ถ้ามองทั้งหมดร่วมกัน จะเห็นว่าข้อได้เปรียบของ Convenience Retail ประกอบด้วยหลาย Layer
Proximity
ร้านอยู่ใกล้บ้าน ที่ทำงาน ชุมชน และเส้นทางเดินทาง
Frequency
สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ประจำวันมี Purchase Frequency สูง
Affordability
ผู้บริโภคสามารถซื้อครั้งละน้อย ลดการ Commit เงินก้อนใหญ่
Ready-to-Eat & Immediate Consumption
ตอบโจทย์การกินและใช้ทันที
Omnichannel
ร้านสามารถกลายเป็น Fulfillment Point ของ Delivery และ O2O
Data
Membership และ Digital Channel ช่วยให้ Retailer เข้าใจการซื้อซ้ำและออก Offer ได้แม่นขึ้น
เมื่อรวมกัน Convenience Store จึงไม่ได้แข่งขันด้วย “ความใกล้” เพียงอย่างเดียว
แต่กำลังแข่งขันด้วย Convenience Infrastructure
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ Supermarket ทาง Krungsri Research ระบุว่า Convenience Store และ Supermarket รวมกันมีสัดส่วนประมาณ 70% ของมูลค่า Modern Trade และเกือบ 95% ของจำนวนสาขาทั้งหมด และคาดว่าจะเป็นสอง Format สำคัญที่ช่วยพยุงการเติบโตของตลาดในปี 2026

ขณะเดียวกัน เส้นแบ่งระหว่าง Format กำลังลดลง Convenience Store ขายอาหารสดและสินค้า Household มากขึ้น Supermarket แตก Format ให้เล็กลงและเข้าใกล้ชุมชน เช่น Neighborhood Store Hypermarket พยายามเพิ่มบริการและ Omnichannel
Quick Commerce เข้ามาชิง Shopping Mission ที่ต้องการสินค้าเร่งด่วน ดังนั้นการแข่งขัน Retail ในอนาคตอาจไม่ได้ถูกแบ่งด้วยคำว่า Convenience / Supermarket / Hypermarket ชัดเหมือนเดิม แต่จะแข่งขันกันว่า ใครสามารถตอบ Shopping Mission ของลูกค้าได้ดีที่สุด
สำหรับ Brand การเติบโตของ Convenience Format ไม่ได้แปลว่าเพียงต้อง “เข้า 7-Eleven ให้ได้” แต่ควรกลับมาดูว่า Product Strategy เหมาะกับ Shopping Mission แบบ Convenience หรือไม่
สินค้าที่มี Entry Price เข้าถึงง่ายและไม่สร้าง Commitment สูง อาจเหมาะกับภาวะที่ผู้บริโภคระวังการใช้เงินมากขึ้น
ลูกค้าอาจไม่ได้คิดว่า “จะซื้อเครื่องดื่มอะไร” แต่อาจคิดว่า ก่อนเข้าทำงาน / หลังออกกำลังกาย / หิวตอนดึก / ต้องการอาหารเช้าเร็ว ๆ Brand ที่เข้าใจ Occasion จะออก Product และ Promotion ได้แม่นกว่า
Product ที่ตอบโจทย์ “ซื้อแล้วกินหรือใช้ได้เลย” สอดคล้องกับข้อได้เปรียบของ Format โดยธรรมชาติ
เมื่อ Store กลายเป็น Fulfillment Point สินค้าที่ไม่มี Stock ไม่ได้เสียเพียงหน้าร้าน แต่อาจเสีย Conversion จาก Delivery ด้วย
ในภาวะที่ผู้บริโภค Price-sensitive การแข่งขันด้วย Promotion มีความสำคัญ แต่ Brand ต้องติดตาม Contribution Margin ต่อ SKU และต่อ Channel ไม่ใช่เพียง Volume
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Retail Thailand 2026 อาจไม่ใช่การที่ Convenience Store “ชนะ” Format อื่น แต่คือเหตุผลที่มันยืดหยุ่นในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงิน ผู้บริโภคยังต้องกิน ยังต้องซื้อของใช้ ยังมี Need ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน แต่ต้องการใช้เงินอย่างควบคุมได้มากขึ้น และต้องการลดทั้ง เวลาในการซื้อ ระยะทาง และความยุ่งยาก นี่ทำให้การแข่งขัน Retail ค่อย ๆ เปลี่ยนจาก
Big Store → Right Store Big Basket → Right Basket Shopping Destination → Shopping Convenience และจาก Physical Store → Physical + Digital Fulfillment Network
ดังนั้นสำหรับ Retailer และ Brand คำถามในปี 2026 อาจไม่ใช่เพียง “เรามีสาขาหรือช่องทางมากพอหรือยัง?” แต่คือ “เราสามารถอยู่ตรงจุดที่ลูกค้าต้องการซื้อ ในเวลาที่เขาต้องการซื้อ และด้วย Basket ที่เขาพร้อมจ่ายหรือไม่?”
เพราะในตลาดที่กำลังซื้อไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่ถูกใช้ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น Convenience อาจไม่ได้เป็นเพียง Retail Format อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น Competitive Advantage

Krungsri Research คาดว่ารายได้ Convenience Store/Minimart จะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 4.5–5.2% ต่อปีในช่วง 2026–2028 ซึ่งสูงกว่า Forecast ของ Supermarket, Department Store และ Hypermarket ในช่วงเดียวกัน
Krungsri Research ใน Industry Horizon เดือนกรกฎาคม 2026 คาดว่า Modern Trade โดยรวมจะขยายตัวประมาณ 2.0–2.5% ในปี 2026 ท่ามกลางกำลังซื้อที่เปราะบางและการเน้น Essential Spending ของผู้บริโภค
ปัจจัยสำคัญประกอบด้วยความถี่ในการซื้อสินค้า Essential, ทำเลใกล้ผู้บริโภค, Shopping Basket ที่มีขนาดเล็ก, Ready-to-Eat Food และการขยาย O2O/Quick Commerce ซึ่งช่วยเพิ่มทั้ง Physical และ Digital Reach.
ยังไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะแต่ละ Format รองรับ Shopping Mission ต่างกัน แต่ข้อมูลปี 2026 ชี้ว่าพฤติกรรมที่เน้นความสะดวก Essential Spending และการซื้อใกล้บ้านกำลังช่วยให้ Convenience Store และ Supermarket มีความยืดหยุ่นกว่าบาง Format ในภาวะกำลังซื้ออ่อน
Sources: Krungsri Research – Industry Outlook 2026–2028: Modern Trade, published 30 April 2026; Krungsri Research – Industry Horizon, July 2026; Bank of Thailand Retail Sales Index; Euromonitor International – Convenience Retailers in Thailand, published 22 May 2026; CP ALL Q1/2026 Management Discussion and Analysis, published 13 May 2026.
Data Note: ตัวเลข 4.5–5.2%, 3.0–4.0%, 2.0–3.0% และ 1.2–2.2% เป็น ค่าเฉลี่ยการเติบโตของรายได้ที่ Krungsri Research คาดการณ์สำหรับช่วง 2026–2028 ไม่ใช่ Actual Growth ของปี 2026 ขณะที่ข้อมูล CP ALL เป็นผลประกอบการของบริษัทหนึ่งรายและไม่ใช่ตัวแทนของ Convenience Store ทั้งตลาด